‘บิ๊กตู่’จับมือ’สี จิ้นผิง’ กระชับความสัมพันธ์’จีน’ทุกด้าน

“บิ๊กตู่” จับมือ “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีน กระชับความร่วมมือ โดยเฉพาะด้านการเมือง ศก. และการลงทุน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและภริยา นำคณะเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) กรุงเทพฯ ไปยังเมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน

เพื่อเข้าร่วมประชุมระหว่างผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS กับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ภายหลังเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยเหมินเกาฉี โดยเวลาที่เมืองเซี่ยเหมินเร็วกว่าที่กรุงเทพฯ 1 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังโรงแรมมิลเลนเนียม ฮาร์เบอร์วิว (Millennium Harbourview Hotel) ซึ่งเป็นโรงแรมที่พัก จากนั้นในช่วงบ่าย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ศูนย์การประชุมระหว่างประเทศเซี่ยเหมิน

นายกรัฐมนตรีย้ำถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการกระชับความร่วมมือหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่รอบด้านกับจีน รวมทั้งขับเคลื่อนความร่วมมือที่มีอยู่ให้คืบหน้าและเป็นรูปธรรม ตลอดจนขยายความร่วมมือที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันมากยิ่งขึ้น ผู้นำทั้งสองยินดีที่เห็นพัฒนาการความร่วมมือจากที่ได้เคยหารือไว้ โดยเฉพาะด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ในระดับประชาชน

สำหรับโครงการความร่วมมือด้านรถไฟไทย-จีน นายกรัฐมนตรีย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการดำเนินโครงการให้สำเร็จลุล่วง ซึ่งถือเป็นโครงการที่มีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงและการพัฒนา ไทยเห็นว่า ความเชื่อมโยงคือหัวใจของการพัฒนา อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและคลอบคลุม ซึ่งไทยสนับสนุนยุทธศาสตร์ Belt and Road (BRI) และพร้อมทำงานร่วมกับจีนในการส่งเสริมการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาของทั้งสองประเทศ เพื่อให้ประเทศและประชาชนตามแนวเส้นทางสายไหมได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ยุทธศาสตร์ BRI และ Made in China 2025 ของจีนสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศราฐกิจของไทย และการพัฒนา EEC ซึ่งไทยพร้อมกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนตามระเบียงเศรษฐกิจจีน-คาบสมุทรอินโดจีน และเป็นประตูสู่ตลาดทั้งในกลุ่มประเทศ CLMV อาเซียน RCEP และเอเชียใต้ 

ในโอกาสนี้ ไทยและจีนเห็นพ้องว่า การป้องกันและแก้ไขประเด็นท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกประเทศ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวมีความเชื่อมโยงและส่งผลกระทบต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของการเติบโตทางเศราฐกิจ ทั้งนี้ไทยห่วงกังวลเกี่ยวกับปัญหาการก่อการร้าย จึงสนับสนุนให้ไทยและจีนมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูล ข่าวสาร และแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการกับการก่อการร้ายระหว่างกัน ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 4 ฉบับ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews